Solventum ผนึก DKSH ขยายความร่วมมือยกระดับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทันตกรรมทั่วไทย
ตอกย้ำพันธกิจส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ปลอดภัย ผ่านระบบจัดจำหน่ายที่เชื่อถือได้
บริษัท โซลเวนตัม ประเทศไทย (Solventum) ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ประกาศขยายความร่วมมือระยะยาวกับหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด (DKSH) ในฐานะผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทันตกรรมของ Solventum อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย มุ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์ทันตกรรมคุณภาพสูงอย่างปลอดภัย และเชื่อถือได้ สู่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว DKSH จะดูแลด้านการกระจายผลิตภัณฑ์ทันตกรรมของ Solventum ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์เฉพาะทางการแพทย์ที่ทันสมัย ซึ่งสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้อย่างตรงเวลาและปลอดภัยไปยังคลินิก โรงพยาบาล และสถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลทั่วไทย พร้อมเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยการนำเทคโนโลยีอัตโนมัติและ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการจัดเก็บสินค้า การบริหารสต็อก และการจัดส่ง เพื่อเพิ่มความแม่นยำและขยายขีดความสามารถในการให้บริการ โดยยังคงรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ได้ตามมาตรฐานสูงสุด
เชื่อมต่อการเข้าถึงระบบสุขภาพที่เท่าเทียม
คุณธมลวรรณ เหล่าวิทยานุรักษ์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจทันตกรรม Solventum ประเทศไทย เผยว่า “ตลอดกว่า 70 ปีที่ผ่านมา Solventum มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ โดยเฉพาะในสาขาทันตกรรม เราให้ความสำคัญกับการออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพและการใช้งานจริง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ทันตแพทย์ ลดความซับซ้อนในกระบวนการรักษา และยกระดับประสบการณ์ของผู้ป่วย เราไม่ใช่เพียงผู้ผลิต แต่คือพันธมิตรที่พร้อมเดินเคียงข้างบุคลากรทางการแพทย์ในการร่วมแก้ไขปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างต่อเนื่อง”
“การขยายความร่วมมือกับ DKSH ในฐานะผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวของเราในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายการเข้าถึงโซลูชันทันตกรรมที่เชื่อถือได้ในระดับประเทศ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและความเชี่ยวชาญที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของ DKSH เรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของ Solventum จะสามารถเข้าถึงทันตแพทย์ทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นในคลินิกกลางเมืองหรือสถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพ”
“ความร่วมมือนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขยายช่องทางจัดจำหน่าย แต่คือการเปลี่ยนแปลงวิถีการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการในรูปแบบเดิม เรากำลังสร้างสะพานที่เชื่อมต่อการเข้าถึงระบบสุขภาพที่เท่าเทียมให้เกิดขึ้นจริงในทุกพื้นที่ ด้วยการยึดมั่นในมาตรฐานคุณภาพระดับสากลอย่างเคร่งครัด เราจึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถร่วมกันขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ชาญฉลาดยิ่งขึ้น และปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน”


